O OPEGOLDFXTOPRO.COM เข้ากลุ่มฟรี
หน้าแรก · บทความ · Spread, Lot Size, Leverage คืออะไร มือใหม่เทรดทองต้องเข้าใจก่อนเปิดออเดอร์แรก
บทความความรู้

Spread, Lot Size, Leverage คืออะไร มือใหม่เทรดทองต้องเข้าใจก่อนเปิดออเดอร์แรก

อธิบาย Spread, Lot Size และ Leverage ในเทรดทองคำ พร้อมตัวอย่างจริงจากประสบการณ์ 10 ปี เข้าใจง่าย เตรียมพร้อมก่อนเริ่มเทรด

เขียนโดย โอ๊ป · OPEGOLD อัปเดตล่าสุด 16 กันยายน 2026 อ่าน 21 นาที
Spread, Lot Size, Leverage คืออะไร มือใหม่เทรดทองต้องเข้าใจก่อนเปิดออเดอร์แรก

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจเทรดทองคำ มีสามคำศัพท์พื้นฐานที่คุณจำเป็นต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนกดปุ่มเปิดออเดอร์แรก นั่นก็คือ Spread (ส่วนต่างราคา), Lot Size (ขนาดของสัญญา) และ Leverage (เลเวอเรจ หรือเงินทุนคูณ) สามคำนี้มีผลโดยตรงต่อต้นทุนการเทรด ความเสี่ยง และผลกำไรขาดทุนของคุณทุกครั้งที่เทรด หากไม่เข้าใจก็เหมือนขับรถโดยไม่รู้ว่าเบรกอยู่ที่ไหน

ผมโอ๊ปเทรดทองคำมามากกว่า 10 ปี เคยผ่านช่วงที่โดนตีกลับจาก Spread สูง จนถึงการเสียเงินเพราะใช้ Leverage สูงเกินไปโดยไม่รู้ตัว วันนี้ผมจะอธิบายทั้งสามอย่างให้ละเอียด พร้อมตัวอย่างจริงและประสบการณ์ตัวเองเพื่อให้คุณเข้าใจแบบไม่งง และเริ่มต้นเทรดอย่างมีสติตั้งแต่วันแรก

Spread คืออะไร และทำไมต้องคำนึงถึงทุกครั้ง

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ที่คุณเห็นในระบบเทรด ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาทองคำขณะนั้นแสดงว่า Bid 2640.50 และ Ask 2641.00 แปลว่า Spread เท่ากับ 0.50 จุด หรือ 50 หน่วยย่อยสุด

คุณอาจสงสัยว่าทำไมต้องมี Spread ในทางปฏิบัติแล้ว Spread คือต้นทุนการเทรดที่คุณจ่ายทันทีที่เปิดออเดอร์ หากคุณซื้อทองที่ราคา Ask 2641.00 แล้วต้องการปิดออเดอร์ทันที คุณต้องขายที่ราคา Bid 2640.50 คุณจะขาดทุนทันที 0.50 จุดโดยไม่ได้ทำอะไรเลย

ในตลาดทองคำ Spot Gold หรือ XAUUSD โดยทั่วไปจะมี Spread อยู่ในช่วง 20-50 หน่วยย่อยสุด ขึ้นกับช่วงเวลาและความผันผวนของตลาด ในช่วงข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น Non-Farm Payrolls หรือข่าวดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ Spread อาจพุ่งเป็น 100-200 หน่วยหรือมากกว่าได้

ประสบการณ์ตรงของโอ๊ปกับ Spread สูง

ผมเคยเทรดช่วงข่าว FOMC (การประกาศนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ) โดยไม่ได้เช็ค Spread ก่อนเปิดออเดอร์ ตอนนั้นผมเห็นว่าราคาทองกำลังเคลื่อนไหวแรง คิดว่าเป็นโอกาสดีเลยกดซื้อทันที พอเข้าไปดูภายหลัง Spread ขยายไปถึง 150 หน่วย แปลว่าทันทีที่ผมเปิดออเดอร์ ผมขาดทุนไปทันที 150 หน่วยโดยไม่ได้ทำอะไรเลย

ถึงแม้ราคาจะวิ่งไปในทิศทางที่ผมคาดไว้ แต่การต้องชนะ Spread ขนาดนั้นก่อนทำให้ผลกำไรลดลงมาก บทเรียนครั้งนี้สอนผมว่า อย่าเทรดในช่วงที่ Spread สูงผิดปกติ และต้องเช็คสเปรดก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง

วิธีคำนวณผล Spread ต่อการเทรด

สมมติคุณเทรด Lot Size 0.10 (ที่ผมจะอธิบายในหัวข้อถัดไป) และ Spread เท่ากับ 50 หน่วย ในระบบเทรดทองคำ 1 หน่วย (1 Pip) มีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 Lot มาตรฐาน (1.00 Lot)

ดังนั้น Spread 50 หน่วยในสัญญา 0.10 Lot จะมีต้นทุนเท่ากับ 50 x 0.10 = 5 ดอลลาร์ คุณต้องทำกำไรอย่างน้อย 5 ดอลลาร์ก่อนถึงจะคุ้มทุน นี่คือสิ่งที่ต้องคำนึงทุกครั้งที่เปิดออเดอร์

Lot Size เทรดทอง คือขนาดของเงินเดิมพันที่แท้จริง

Lot Size คือขนาดของสัญญาที่คุณเทรด ในการเทรดทองคำ 1 Lot มาตรฐานหมายถึงสัญญาทองคำมูลค่า 100 ออนซ์ทอยของทองคำ (1 Lot = 100 oz) ซึ่งเป็นหน่วยมาตรฐานสากล

แต่ในตลาดปัจจุบัน คุณไม่จำเป็นต้องเทรดเต็ม 1 Lot เสมอไป ระบบส่วนใหญ่รองรับการเทรดในขนาดที่เล็กลง เช่น

ขนาด Lot มีผลโดยตรงต่อจำนวนเงินที่คุณได้หรือเสียต่อหนึ่งหน่วยการเคลื่อนไหวของราคา (1 Pip) ใน Gold Spot (XAUUSD) ราคาเคลื่อนที่ในหน่วย 0.01 (หรือ 1 Pip) และค่าของ 1 Pip ต่อ 1 Lot มาตรฐานคือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

การคำนวณมูลค่าต่อหน่วย (Pip Value) แบบง่าย

สมมติคุณเปิดออเดอร์ขนาด 0.50 Lot แล้วราคาเคลื่อนไป 100 หน่วย (100 Pips หรือ 1 ดอลลาร์)

มูลค่าที่เปลี่ยนแปลง = 100 Pips x 0.50 Lot x 1 ดอลลาร์/Pip = 50 ดอลลาร์

หากราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่คุณคาดไว้ คุณกำไร 50 ดอลลาร์ แต่หากผิดทาง คุณขาดทุน 50 ดอลลาร์เช่นกัน

นี่คือเหตุผลที่ผมแนะนำให้มือใหม่เริ่มต้นด้วย Lot Size เล็กที่สุดเท่าที่ทำได้ เช่น 0.01 หรือ 0.05 Lot เพื่อให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวของราคาและอารมณ์ในการเทรดก่อน

ประสบการณ์ของโอ๊ปกับการเลือก Lot Size

ช่วงแรกๆ ที่ผมเริ่มเทรดจริง ผมโลภมากและคิดว่าจะทำเงินให้ได้เร็วๆ จึงใช้ Lot Size ใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้น ยิ่งใช้ร่วมกับ Leverage สูง (จะอธิบายในหัวข้อถัดไป) ทำให้ความผันผวนรุนแรงมาก

มีวันหนึ่งผมเทรดด้วย 1.00 Lot เต็มด้วยเงินทุนแค่ 3,000 ดอลลาร์ ราคาวิ่งผิดทางแค่ 100 หน่วยพอร์ตลบ 100 ดอลลาร์ทันที ภายใน 5 นาที ผมตื่นตระหนกและตัดขาดทุนไปแบบไม่ทันคิด ต่อมาราคากลับมาวิ่งในทิศทางเดิมที่ผมวิเคราะห์ไว้ ถ้าผมใช้ Lot Size เล็กกว่านี้ ผมคงไม่ต้องตัดขาดทุนเร็วขนาดนั้น

จากวันนั้น ผมปรับมาใช้ Lot Size เล็กลงและคำนวณความเสี่ยงให้ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนต่อออเดอร์ การเทรดของผมราบรื่นขึ้นมากและนอนหลับสบายขึ้นด้วย

Leverage คืออะไร และทำไมมันทั้งดีและอันตราย

Leverage หรือเลเวอเรจ คือการใช้เงินทุนคูณ เปรียบเสมือนการยืมเงินมาเทรดโดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีเงินทุน 1,000 ดอลลาร์ และใช้ Leverage 1:100 แปลว่าคุณสามารถเปิดออเดอร์ควบคุมมูลค่าได้ถึง 100,000 ดอลลาร์

Leverage ทำให้คุณสามารถเทรดด้วยเงินทุนน้อยแต่ควบคุมสัญญามูลค่าสูง อย่างไรก็ตามมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ชัดเจนมาก

ข้อดีของ Leverage

ข้อเสียของ Leverage

ตัวอย่างการใช้ Leverage ในเทรดทองคำ

สมมติคุณมีเงินทุน 2,000 ดอลลาร์ และใช้ Leverage 1:100 คุณสามารถเปิดออเดอร์ 0.10 Lot ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 26,000 ดอลลาร์ (ถ้าราคาทอง 2,600 ดอลลาร์/ออนซ์)

หากราคาทองเพิ่มขึ้น 50 หน่วย (0.50 ดอลลาร์/ออนซ์) คุณจะได้กำไร 50 Pips x 0.10 Lot = 5 ดอลลาร์ ดูเหมือนน้อย แต่นั่นคือกำไร 0.25% ของเงินทุนจากการเคลื่อนไหวเพียง 0.02% ของราคาทอง

แต่หากราคาตกลง 200 หน่วย คุณจะขาดทุน 200 Pips x 0.10 Lot = 20 ดอลลาร์ หรือ 1% ของเงินทุนทันที

ประสบการณ์ตรงของโอ๊ปกับ Leverage สูงเกินไป

ครั้งหนึ่งผมใช้ Leverage 1:500 และเปิด Lot Size ใหญ่มากเพราะมั่นใจในทิศทางตลาดมาก ผมเปิด 2.00 Lot ด้วยเงินทุนแค่ 5,000 ดอลลาร์ ตอนแรกราคาวิ่งตามที่คิด ผมกำไรไป 400 ดอลลาร์ภายในครึ่งชั่วโมง ผมรู้สึกเหมือนเป็นเทพ

แต่แล้วตลาดก็กลับตัวแรงจากข่าวกระทันหัน ราคาวิ่งผิดทาง 150 หน่วย ผมขาดทุน 300 ดอลลาร์ทันที ผมตัดสินใจไม่ปิดออเดอร์เพราะคิดว่าราคาต้องกลับ แต่ราคาวิ่งต่อไปอีก 100 หน่วย ทำให้ขาดทุนรวม 500 ดอลลาร์ หรือ 10% ของเงินทุนใน 2 ชั่วโมง

สุดท้ายผมถูก Margin Call และระบบปิดออเดอร์อัตโนมัติตอนขาดทุน 800 ดอลลาร์ เหลือเงินในบัญชีแค่ 4,200 ดอลลาร์ จากเดิม 5,000 ดอลลาร์ บทเรียนครั้งนี้สอนผมให้เคารพ Leverage และไม่ใช้มันเกินตัวอีกเลย

ความสัมพันธ์ระหว่าง Spread, Lot Size และ Leverage

สามอย่างนี้เชื่อมโยงกันและมีผลต่อการเทรดของคุณทุกมิติ ยกตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติคุณมีเงินทุน 3,000 ดอลลาร์ ใช้ Leverage 1:100 และเปิดออเดอร์ขนาด 0.20 Lot ในตลาดที่มี Spread 40 หน่วย

ทันทีที่เปิดออเดอร์ คุณขาดทุนจาก Spread 40 Pips x 0.20 Lot = 8 ดอลลาร์ หรือ 0.27% ของเงินทุน หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางอีก 100 หน่วย คุณจะขาดทุนรวม 20 ดอลลาร์ + 8 ดอลลาร์ = 28 ดอลลาร์ หรือเกือบ 1% ของเงินทุน

แต่ถ้าคุณใช้ Lot Size เล็กลง เช่น 0.05 Lot ความเสียหายจาก Spread จะเหลือเพียง 2 ดอลลาร์ และหากราคาวิ่งผิด 100 หน่วย คุณจะขาดทุนรวมแค่ 7 ดอลลาร์ หรือ 0.23% ของเงินทุน

นี่คือเหตุผลที่การปรับ Lot Size ให้เหมาะสมกับเงินทุนและ Leverage ที่ใช้มีความสำคัญอย่างยิ่ง

วิธีจัดการ Spread, Lot Size และ Leverage อย่างมืออาชีพ

1. เลือกช่วงเวลาที่ Spread ต่ำ

Spread ต่ำที่สุดในช่วงเวลาที่ตลาดมีสภาพคล่องสูง ได้แก่ช่วงเปิดตลาดลอนดอนและนิวยอร์ก (เวลาไทยประมาณ 14:00-23:00 น.) หลีกเลี่ยงการเทรดช่วงข่าวใหญ่หรือช่วงปิดตลาด (ช่วงเช้าตรู่ของเอเชีย) เพราะ Spread มักจะพุ่งสูง

2. คำนวณ Lot Size ตามความเสี่ยงที่รับได้

กฎทองคือ อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อหนึ่งออเดอร์ สมมติคุณมีเงิน 5,000 ดอลลาร์ คุณควรยอมขาดทุนได้ไม่เกิน 50-100 ดอลลาร์ต่อออเดอร์

หากคุณวางแผนตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 50 หน่วย Lot Size ที่เหมาะสมคือ 1.00-2.00 ดอลลาร์ต่อหน่วย หรือประมาณ 0.10-0.20 Lot

3. ใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง

แม้ระบบจะให้ Leverage สูงถึง 1:500 หรือ 1:1000 ไม่ได้แปลว่าคุณควรใช้เต็มที่ ผมแนะนำให้มือใหม่ใช้ Leverage ที่มีผลเสมือน 1:20 หรือ 1:50 เท่านั้น โดยการลด Lot Size ลง

วิธีคำนวณง่ายๆ คือ ถามตัวเองว่า ถ้าไม่มี Leverage คุณจะเปิดออเดอร์ขนาดนี้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ แปลว่าคุณใช้ Leverage มากเกินไปแล้ว

4. ทดสอบด้วยบัญชีเดโม (Demo Account) ก่อน

ก่อนลงเงินจริง ผมแนะนำให้ทดลองเทรดในบัญชีทดสอบก่อนอย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อให้คุ้นเคยกับการคำนวณ Lot Size การดู Spread และอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อขาดทุนหรือกำไร

หลายคนข้ามขั้นตอนนี้และลงเงินจริงทันที ผลคือส่วนใหญ่เสียเงินหมดภายใน 2-3 สัปดาห์

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำเกี่ยวกับ Spread, Lot Size และ Leverage

ผิดพลาดที่ 1: เปิดออเดอร์โดยไม่เช็ค Spread

หลายคนเห็นราคาเคลื่อนไหวแรงแล้วกดเปิดออเดอร์ทันที โดยไม่สนใจว่า Spread ขณะนั้นเท่าไร บางครั้ง Spread อาจพุ่งเป็น 100-200 หน่วย ซึ่งหมายความว่าคุณต้องชนะตลาดมากกว่านั้นก่อนถึงจะคุ้มทุน

ผิดพลาดที่ 2: ใช้ Lot Size เท่ากันทุกออเดอร์โดยไม่คำนวณระยะ Stop Loss

บางคนใช้ Lot Size เท่าเดิมเสมอ เช่น 0.10 Lot แต่บางครั้ง Stop Loss ไว้ที่ 30 หน่วย บางครั้งไว้ที่ 150 หน่วย ทำให้ความเสี่ยงไม่สม่ำเสมอและยากต่อการบริหาร

ผิดพลาดที่ 3: ใช้ Leverage สูงเพื่อทำกำไรเร็ว

หลายคนคิดว่าใช้ Leverage สูงจะทำให้รวยเร็วขึ้น แต่ความจริงคือมันทำให้คุณจนเร็วขึ้นถ้าไม่มีวินัย ตลาดทองคำมีความผันผวนสูง การใช้ Leverage สูงร่วมกับ Lot Size ใหญ่คือสูตรหายนะ

เครื่องมือช่วยคำนวณ Lot Size และความเสี่ยง

ในปัจจุบันมีเครื่องมือออนไลน์ฟรีมากมายที่ช่วยคำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามเงินทุน ระยะ Stop Loss และเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงที่คุณกำหนด คุณแค่กรอกข้อมูลเหล่านี้

เครื่องมือจะคำนวณให้ว่าคุณควรใช้ Lot Size เท่าไร ผมใช้เครื่องมือนี้ทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์เพื่อให้แน่ใจว่าความเสี่ยงอยู่ในกรอบที่วางไว้

แนวทางในการฝึกฝนความเข้าใจเรื่อง Spread, Lot Size และ Leverage

ผมแนะนำให้คุณทำแบบฝึกหัดง่ายๆ ดังนี้

สัปดาห์ที่ 1: เปิดบัญชีทดสอบและสังเกต Spread ของทองคำในช่วงเวลาต่างๆ ตลอดทั้งวัน จดบันทึกว่าช่วงไหน Spread ต่ำที่สุดและสูงที่สุด

สัปดาห์ที่ 2: ทดลองเปิดออเดอร์ขนาดต่างๆ (0.01, 0.05, 0.10 Lot) และสังเกตว่าเมื่อราคาเคลื่อนไหว 10, 50, 100 หน่วย กำไรหรือขาดทุนเปลี่ยนไปเท่าไร

สัปดาห์ที่ 3: ฝึกคำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละสถานการณ์โดยกำหนดเงินทุนและระยะ Stop Loss ที่แตกต่างกัน

สัปดาห์ที่ 4: ทดลองเทรดจริงด้วยเงินทุนจำนวนเล็กน้อย (เช่น 100-500 ดอลลาร์) ใช้ Lot Size น้อยที่สุดและสังเกตอารมณ์ของตัวเองเมื่อเจอผลกำไรขาดทุน

การฝึกฝนแบบนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทั้งสามอย่างในเชิงลึกและสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างมั่นใจ

บทสรุป: เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเปิดออเดอร์แรก

Spread, Lot Size และ Leverage เป็นสามเสาหลักที่มือใหม่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนเทรดทองคำ Spread คือต้นทุนที่คุณจ่ายทุกครั้ง Lot Size คือขนาดความเสี่ยงที่คุณรับ และ Leverage คือดาบสองคมที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง

จากประสบการณ์มากกว่า 10 ปีของผม คนที่รอดในตลาดนี้ได้ไม่ใช่คนที่โชคดี แต่เป็นคนที่เข้าใจพื้นฐานและมีวินัยในการบริหารความเสี่ยง หากคุณลงมือศึกษาและฝึกฝนสามเรื่องนี้ให้เข้าใจก่อนลงเงินจริง คุณจะมีโอกาสสูงที่จะเทรดได้อย่างยั่งยืนและทำกำไรในระยะยาว

อย่าเพิ่งรีบ เริ่มต้นช้าๆ แต่มั่นคง และอย่าลืมว่าการเทรดเป็นมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น

คำถามที่พบบ่อย

Spread ในเทรดทองคำคืออะไร และมีผลอย่างไร

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) เป็นต้นทุนที่คุณจ่ายทันทีที่เปิดออเดอร์ ยิ่ง Spread สูง ยิ่งต้องทำกำไรมากขึ้นถึงจะคุ้มทุน โดยทั่วไป Spread ทองคำอยู่ที่ 20-50 หน่วย แต่อาจพุ่งสูงในช่วงข่าวสำคัญ

Lot Size 0.01 ในเทรดทองหมายถึงอะไร และเหมาะกับมือใหม่หรือไม่

Lot Size 0.01 หมายถึงสัญญาทองคำขนาด 1 ออนซ์ทอย เมื่อราคาเคลื่อนไหว 1 หน่วย (1 Pip) คุณจะได้หรือเสีย 0.01 ดอลลาร์ นี่เป็นขนาดที่เหมาะสมมากสำหรับมือใหม่ เพราะความเสี่ยงต่ำและช่วยให้คุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวของตลาดก่อน

ควรใช้ Leverage เท่าไรในการเทรดทองคำ

แม้ระบบจะให้ Leverage สูงถึง 1:500 แต่มือใหม่ควรใช้เสมือน 1:20 ถึง 1:50 เท่านั้น โดยการลด Lot Size ลง การใช้ Leverage สูงเกินไปร่วมกับการบริหารเงินที่ไม่ดีอาจทำให้เงินทุนหมดเร็วจากความผันผวนของตลาด

วิธีคำนวณ Lot Size ที่เหมาะสมตามเงินทุนทำอย่างไร

ใช้หกสูตร Lot Size เท่ากับ (เงินทุน x เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง) หารด้วย (ระยะ Stop Loss เป็น Pips x มูลค่าต่อ Pip) ตัวอย่าง หากมีเงิน 5,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% (50 ดอลลาร์) Stop Loss 50 Pips ค่า Pip เท่ากับ 1 ดอลลาร์ต่อ Lot ดังนั้น Lot Size เท่ากับ 50 หารด้วย 50 เท่ากับ 1.00 Lot แต่ควรลดลงเหลือ 0.10 เพื่อความปลอดภัย

ทำไมต้องเช็ค Spread ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง

เพราะ Spread เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามสภาพคล่องของตลาด ในช่วงข่าวหรือช่วงตลาดซบ Spread อาจพุ่งสูงกว่าปกติหลายเท่า หากเปิดออเดอร์โดยไม่เช็คอาจทำให้ขาดทุนจาก Spread สูงทันทีและต้องทำกำไรมากขึ้นเพื่อชดเชย

เรียนรู้เพิ่มเติมกับ OPEGOLD

เข้ากลุ่มไลน์ฟรี รับความรู้และอัปเดตตลาดทองคำ พร้อมคลาสสอนสดทุกเสาร์-อาทิตย์

แอด LINE @opegold

บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน ผู้อ่านควรศึกษาและตัดสินใจด้วยตนเอง